11/21/2010

แมลงมุมในบ้านนกแอ่น

สำหรับการเข้าบ้านนกแอ่นของผมทุกครั้งจะมีจุดมุ่งหมาย แม้ลึก ๆ บางครั้งเป็นเพราะอดใจไม่ไหวที่จะเข้าดูภายในบ้านนกแอ่น สำหรับครั้งนี้ผมได้เจอกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกหนึ่งชนิดหลังจากที่ได้เจอเจอแมลงสาปก่อนหน้านี้ที่ไปเดินเล่นอยู่บนไม้ตีรัง แต่ครั้งนี้เป็นแมลงมุมตัวใหญ่


หากผมไม่เห็นและได้เชิญออกไปจากบ้านนกแอ่นผม เจ้าแมลงมุมตัวนี้อาจไปเดินเล่นอยู่แถว ๆ ไม้ตีรัง ซึ่งจะทำให้นกแอ่นระแวงและคิดไปได้ว่าบ้านหลังนี้ไม่ปลอดภัยซะแล้ว และเมื่อนกแอ่นเกิดความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยก็จะเป็นเรื่องยากที่จำนวนนกแอ่นจะเพิ่มขึ้นหรือบางครั้งอาจถึงกับจำนวนนกแอ่นที่มีอยู่ค่อย ๆ ลดลงไปเลยก็ได้ครับ

นกแอ่นเป็นนกที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมาก ๆ นะครับ ขอให้ท่านตระหนักถึงเรื่องนี้มาก ๆ นะครับ หากท่านจะลงมือทำอะไรสักอย่างแล้วคิดว่าจะส่งผลให้นกแอ่นเกิดความระแวงหรือสงสัยเรื่องความปลอดภัย จงละเว้นสิ่งนั้น ๆ ให้หมดนะครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

11/14/2010

พัฒนาเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

หลังจากบ้านนกแอ่นของผมเปิดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เป้าหมายที่ผมตั้งไว้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลืม การพัฒนาบ้านนกแอ่นเพื่อให้ได้จำนวนนกแอ่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของรังนกแอ่น ซึ่งตอนนี้ยังมีสิ่งที่ผมต้องทำในความคิดผมยังมีอยู่อีกหลาย ๆ อย่าง แต่สำหรับตอนนี้สิ่งที่ผมได้เข้าไปบ้านนกแอ่นล่าสุดคือการติดไม้ปิดมุมให้ครบทุก ๆ ลำโพงสำหรับเสียงเรียกใน และต่อไปคือการติดไม้ปิดมุมให้ครบทุกมุมในบ้านนกแอ่นของผมเอง แต่อาจต้องรอเวลาเพราะบางมุมผมช้ากว่านกแอ่นไปแล้วครับ

ภาพมุมที่ช้ากว่านกแอ่น


ภาพไม้ปิดมุมเหนือลำโพงพร้อมรังเทียม

และปิดท้ายด้วยภาพลูกนกแอ่นตัวน้อยตัวแรกในบ้านนกแแอ่นที่ขนเริ่มขึ้นจนเห็นได้อย่างชัดเจนตอนนี้แล้วครับ และอีกไม่นานจะมีน้อง ๆ ของเจ้านกแอ่นตัวนี้ลืมตามาดูโลกชุดครับ

ภาพลูกนกแอ่นในรัง

ผมขอให้ทุก ๆ ท่านนึกอยู่เสมอนะครับ ว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ การเข้ามาลงทุนทำธุรกิจบ้านนกแอ่น มีความเสี่ยงมาก หากท่านดูแลพวกเค้าไม่ดีพอ ก็เป็นสิ่งที่ยากครับที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ขอให้ทุกท่านโชคดีประสบความสำเร็จในการทำบ้านนกแอ่นนะครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

11/04/2010

เมื่อท้องฟ้าปิด พายุกระหน่ำ

จากบทความ ฤดูกาลแปรเปลี่ยน ที่ผ่านมาทำเห็นได้ว่าปีนี้จะเกิดผลกระทบจากปรากฏการณ์ ลานินญ่า ที่ฝนจะตกมากกว่าปีที่ผ่านมา และจะตามมาตัวอากาศที่หนาวเย็นยาวนานขึ้น

ภาพน้ำท่วมบริเวณไม่ไกลจากบ้านนก

ตัวผมเองก็โดนเข้าไปเต็ม ๆ เช่นเดียวกัน บ้านนกแอ่นของผมตอนนี้ความชื้นทะลุ 95%RH ไปแล้ว อุณหภูมิก็ต่ำกว่า 25 องศา จากพายุฝนที่ตกหนักติดกันหลายวัน ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะนาน แต่ตอนนี้ทนไม่ไหวต้องหาอุปกรณ์มาช่วยให้ระบบเข้าที่เข้าทาง และคิดว่าจะเป็นการดีถ้านกแอ่นที่อยู่ในบ้านนกของผม ไม่ต้องทนอากาศเย็นในเวลากลางคืน ลดความเสี่ยงที่ไม้ตีรังจะขึ้นราจากความชื้นที่สูง ผมถามตัวเอง และคำตอบที่ได้คือ ฮีตเตอร์ ครับ

ฮีตเตอร์ที่ตั้งอุณหภูมิในการทำงาน

หลังจากผมเอาฮีตเตอร์เข้าไปติดก่อนนกบินกลับบ้านได้ไม่นาน ตอนนี้สภาวะในบ้านนกแอ่นผมเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นครับ และหวังว่าข่าวบ้านนกแอ่นของผมไม่หนาว จะแพร่กระจายไปยังนกแอ่นฝูงอื่น ๆ ให้ได้เข้ามาสำรวจและเห็นสิ่งที่ดีกว่าบ้านนกหลังเก่าของเค้า เป็นอีกหนึ่งทางที่คิดว่านกแอ่นคงชอบใจที่หลังจากบินหาอาหารตากฝนทั้งวัน พอกลับมาถึงบ้านก็เจอบ้านที่อบอุ่นและลูก ๆ ของพวกเค้าที่อยู่ในบ้านก็ไม่หนาว


อุณหภูมิและความชื้นก่อนใช้ฮีตเตอร์


อุณหภูมิและความชื้นหลังใช้ฮีตเตอร์ 6 ชั่วโมง


อุณหภูมิและความชื้นหลังใช้ฮีตเตอร์ 14 ชั่วโมง

ส่วนในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ผมก็คิดว่าคงได้ใช้ฮีตเตอร์ที่ลงทุนซื้อมาใช้งานอีกครั้ง เพื่อให้อุณหภูมิในบ้านสูงกว่าด้านนอกประมาณ 2 องศา แต่สำหรับในฤดูหนาวอากาศแห้ง ความชื้นน้อย หากท่านใดจะใช้ฮีตเตอร์แบบผม ท่านอย่าลืมเพิ่มความชื้นด้วยนะครับ เพราะถ้าทำให้อากาศอุ่นขึ้นโดยที่ไม่เพิ่มความชื้น จะทำให้รังนกแห้งกรอบและผิวลูกนกจะแห้งมากไปด้วยเช่นกันครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

11/01/2010

ฤดูกาลแปรเปลี่ยน ...ฝนน้อย แล้งมาก ฝนมาก น้ำท่วม

บางทีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของสภาพอากาศอาจจะเป็นเรื่องปกติ หนักบ้าง เบาบ้าง ตามแต่ความผันแปรหรือองค์ประกอบ ปัจจัยทั้งหลาย น้ำท่วม ฝนแล้ง ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น ....

สิ่งที่เปลี่ยนที่น่าจะพูดถึงก็คือปรากฏการณ์ที่เป็นเหตุให้เกิดขึ้นถี่ มากขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นความผันผวนของดินฟ้าและอากาศโลก ของเราอาจจะไม่เหมือนเดิมในวิถีที่ควรเป็นหรือที่ควรจะเป็น มีปรากฏการณ์มากมายเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เราต่างถกเถียงกันมานานบนฐานคิด ทฤษฎี ภูมิปัญญา หรือแม้แต่บนความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ถึงแม้จะได้คำตอบที่ไม่ชัดเจน แต่เราก็มั่นใจว่าความเปลี่ยนแปลงได้ปรากฏขึ้นแล้วบนโลกใบนี้ ....

เอลนินโญ่, ลานินญ่า คำแปลกๆ ที่ยากจะเข้าใจ แต่อาจจะเข้าใจมากขึ้น เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งทว่า

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ความเป็นไปของสภาพอากาศที่จะส่งผลต่อวิถีชีวิต ระบบการผลิตด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ซึ่งเป็นนัยยะของการดำรงชีพบนฐานความมั่นคงทางอาหาร ฉะนั้นแล้วลักษณะอากาศที่เปลี่ยนไปในทุกปีจะเป็นเรื่องราวที่นำไปสู่การคาดการณ์ อันจะเป็นผลสรุปของทางออกในการเตรียมรับมือจากสภาพอากาศที่ไม่เหมือนเดิม

สำหรับเพื่อนที่มีประสบการณ์ในการทำบ้านนกแอ่นมานานคงเตรียมตัวรับมือไว้บ้างแล้ว แต่สำหรับท่านที่เพิ่งเข้ามาในวงการบ้านนกแอ่นควรเตรียมตัวรับมือจากผลที่เกิดจากปรากฏการณ์ ลานินญ่า ที่ส่งผลให้ฝนตกหนักอยู่ตอนนี้และอากาศหนาวที่กำลังจะตามมาด้วยนะครับ เช่น ช่วงนี้ลมค่อนข้างแรงหากช่องลมเยอะก็ปิดบ้างจะดีนะครับ แต่หากปิดแล้วความชื้นมากไปก็ต้องหาวิธีระบายความชื้น บ้านหลังไหนติดพัดลมดูดอากาศไว้ก็จะมีประโยชน์ช่วงนี้แน่ ๆ ครับ


เอลนินโญ (El Nino)คือ การไหลย้อนกลับของผิวน้ำทะเลที่อุ่นในช่วงเวลาหนึ่งๆ จากบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกไปแทนที่กระแสน้ำเย็นที่พัดอยู่เดิมตามบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกและบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้

ลานินญ่า (La Nina)คือความผันผวนของสภาพอากาศโลก ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ช่วงระยะเวลาเย็นลงของน้ำ ทะเลของปรากฎการณ์เอลนิโญ โดยจะส่งผลให้พื้นที่ที่เคยมีอากาศหนาวเย็นอยู่แล้วมีอุณหภูมิลดต่ำลงไปอีก และในบริเวณที่มีฝนตกเป็นประจำจะมีฝนตกชุกยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
ศูนย์ ความรู้เฉพาะด้านภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์เทคโนโลยีอิเลกโทรนิคส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/20/2010

ความจริงเมื่อวันที่นกแอ่นเล่นเสียง

ฤดูฝน ฤดูแห่งความหวังและการรอคอย เมื่อฝนหยุดตก คือ ช่วงเวลาที่เพื่อน ๆ ที่ทำบ้านนกแอ่นทุกท่านอยากหยุดเวลาตรงนี้ไว้ ด้วยเพราะนกแอ่นจะตั้งหน้าตั้งตาบินเล่นเสียงเรียก เข้ามาสำรวจบ้านนกของท่านและหลังจากท่านเห็นการเล่นของนกแอ่นจบลง ท่านก็หวังว่านกแอ่นในบ้านท่านจะเพิ่มขึ้นจากการสำรวจของนกแอ่นในวันนี้และในวันต่อไปนกแอ่นต้องเพิ่มขึ้นอีกถ้านกแอ่นมาเล่นเสียง ยิ่งมาเล่นเสียงเรียกมากนกแอ่นต้องเพิ่มมาก

แต่หากความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ เพราะสำหรับบ้านนกแอ่นที่เปิดใหม่ ๆ หากวันนี้บ้านนกแอ่นท่านมีนกมานอน 100 ตัว ก็แสดงว่าจะต้องมีลูกนกแอ่นที่ยังไม่ทำรังในบ้านอื่นหายไป 100 ตัวเหมือนกัน ที่ผมบอกว่าลูกนกแอ่นที่ยังไม่ทำรังหายจากบ้านอื่นมาอยู่บ้านนกแอ่นของท่านเพราะว่าถ้านกแอ่นเลือกที่ไหนทำรังครั้งแรกแล้ว การย้ายที่อาศัยเป็นไปได้ยากมากครับ ยกเว้นมีอะไรไปรบกวนทำให้นกแอ่นรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างรุนแรง

ความจริงเมื่อวันที่นกแอ่นเล่นเสียง คือ วันที่ลูกนกแอ่นบ้านอื่นมาเล่นเสียงเรียกบ้านนกแอ่นของท่านและเป็นวันที่นกแอ่นของท่านก็จะไปเล่นเสียงเรียกของบ้านนกแอ่นหลังอื่นเช่นกัน ดังนั้นในวันที่นกแอ่นเล่นเสียงเรียก บินสำรวจมาก ๆ ท่านมีโอกาสได้ลูกนกแอ่นเพิ่มมาก แต่ก็จะเป็นวันที่ท่านมีโอกาสเสียลูกนกแอ่นที่ยังไม่ทำรังในบ้านนกแอ่นท่านมากไปเช่นกันถ้าลูกนกแอ่นไปบินเล่นเสียงและสำรวจเจอบ้านนกแอ่นที่ดีกว่าบ้านนกของท่าน เพราะตอนนี้นกแอ่นมีทางเลือกมากขึ้นเนื่องจากในบางพื้นที่บ้านนกแอ่นกำลังมีมากกว่านกแอ่นไปแล้วครับ

บทความนี้เป็นเพียงแนวคิดที่ผมอยากเสนอความจริงที่ว่าในทุก ๆ เรื่องจะมีสองด้านเสมอครับ ใครเตรียมความพร้อมได้ดีกว่า เข้าใจธรรมชาตินกแอ่นได้มากกว่า เลือกพื้นที่ในการสร้างบ้านนกดีกว่า โอกาสก็จะมากกว่าเช่นกันครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/19/2010

คำตอบสุดท้ายเมื่อนกแอ่นเกาะเหนือลำโพง

หลังจากผมได้ลงบทความเกี่ยวกับ เรื่องนกแอ่นได้ยินเสียงที่ท่่านเปิดหรือไม่ เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ได้มีเพื่อน ๆ ร่วมวงการหลายท่านได้โทรมาคุยกับผมเรื่องนี้ เพราะบ้านนกของท่านเหล่านี้ก็ประสบปัญหาแบบที่ผมได้เป็นอยู่ ณ.เวลานั้นคือ นกแอ่นไม่สนใจเสียงเรียกในที่เราตั้งใจเปิดให้พวกเค้าได้ฟัง ซึ่งอาจเป็น เพราะคุณภาพของลำโพงไม่ได้มาตรฐานหรือลำโพงไม่ตรงกับความถี่ที่นกแอ่นต้องการ หลาย ๆ ท่านก็ได้รับคำตอบไปแล้ว และกำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ผมได้ลงมือทำไปแล้ว และตอนนี้ทุกครั้งที่นกแอ่นบินกลับเข้าบ้าน หรือเวลาที่นกแอ่นบินสำรวจในบ้านนกแอ่นของผม ผมจะสังเกตการตอบสนองลำโพงที่ผมได้เปลี่ยนไปทั้งหมด ผลเป็นที่น่าพอใจมาก ๆ ครับ

ภาพด้านล่างเป็นภาพล่าสุดเมื่อตอนเย็นนี้เองครับ


จะเห็นได้ว่านกแอ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านนกของผมตอบสนองกับลำโพงเสียงในดีมาก ๆ และอีกไม่นานนกแอ่นที่อายุครบที่จะจับคู่ทำรังคงได้มาจองบริเวณใกล้ ๆ ลำโพงเสียงเรียกในเพื่อเป็นเรือนหอขยายเผ่าพันธุ์ในบ้านนกแอ่นของผมแน่ ๆ ครับ

สุดท้ายนนี้หากท่านประสบปัญหาหรือสิ่งที่เห็นว่าควรแก้ไข อย่ารีรอนะครับเพราะโอกาสเป็นของผู้ที่ลงมือทำก่อนเสมอครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

การเซาะร่องบนไม้ตีรัง

ปัจจุบันได้มีการนำไม้หลากหลายชนิดมาทำเป็นไม้ตีรังสำหรับให้นกแอ่นทำรัง หลัก ๆ ก็คือเน้นเรื่องกลิ่น ไม้ชนิดนั้นต้องเป็นไม้ที่ไม่มีกลิ่น ส่วนความแข็งของไม้ก็จะส่งผลถึงความทนทานและความเสี่ยงต่อราขาวที่จะขึ้นบน ไม้ที่อยู่ในห้องที่มีความชื้นสูง ๆ ไม้ที่มีเนื้อแข็งความเสียงก็จะน้อยกว่าครับ สำหรับตัวผมยังมั่นใจในไม้ตระกูบสยา(Meranti) และสุดยอดของไม้ที่ได้รับการคัดเลือกและไว้ใจมากที่สุดคือ สยาหิน (Dark Red Meranti) ส่วนอันดับสองรองลงมาืคือ สยาแดง (Red Meranti) ไม้ตระกูลนี้ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียครับ

และหลังจากผมเปิดบ้านนกแอ่นมาได้สักระยะ บางครั้งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราได้เห็นและนำมาปรับปรุงบ้านนกแอ่น พอรวมจากสิ่งเล็ก ๆ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ ครั้งที่เราทำ ก็จะเป็นสิ่งที่ส่งผลทำให้นกเห็นความแตกต่างกับบ้านนกแอ่นหลังอื่น ๆ ได้ และก็มีบางเรื่องที่ผมก็ได้ทำเกินไปและตอนนี้คิดว่าไม่จำเป็น เช่น การเซาะร่องบนไม้ตีรัง ของเดิมผมเซาะร่องบนไ้ม้โดยเว้นให้เท่า ๆ กัน จนถึงบนสุด แต่ตอนนี้จะเห็นได้ว่านกแอ่นจะเกาะต่ำลงมาจากไม้ตีรังด้านบนประมาณ 3-4 นิ้ว ดังนั้นร่องด้านบนก็ไม่จำเป็น แถมยังทำให้นกเสียเวลา เสียน้ำลายในการป้ายน้ำลายทำรังตรงร่องที่ผมได้เซาะด้วย และตอนนี้ผมก็มีแบบการเซาะร่องบนไม้ตีรังมาให้ท่่านดู ไม้ตีรังด้านบนไม่ต้องเซาะร่องแล้วครับ


นำ่เสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/15/2010

ไม้ปิดมุมกับบ้านนกแอ่นเปิดใหม่

การทำบ้านนกแอ่นไม่มีสูตรตายตัว เทคนิคที่ใช้ได้ดีกับบ้านนกแอ่นหลังนี้ แต่เมื่อนำไปใช้กับบ้านนกแอ่นอีกหลังอาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ สำหรับบ้านนกแอ่นที่ผมสร้างขึ้นยังมีจุดบกพร่องที่ผมเห็นแล้วต้องปรับปรุงอยู่เสมอ โดยไม่รีรอหรือรอความหวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ ผ่านจากเรื่องลำโพงเสียงเรียกใน หลังจากผมเปลี่ยนทั้งหลังโดยไม่ลังเล ปรากฏว่าตอนนี้นกแอ่นได้ไปเริ่มทำรังเพิ่มที่ลำโพงเสียงในแล้วจำนวน 7 รัง และไปเกาะนอนตรงลำโพงในอีก 15 จุด ในเวลาเพียงหนึ่งเดือนซึ่งอีกไม่นานคงเริ่มทำรังครับ ซึ่งจากเดิมที่นกแอ่นไม่เคยสนใจจะเหลียวเลลำโพงเสียงเรียกในเลยตลอดระยะเวลา 3 เดือนแรก

ตอนนี้มาถึงคิวของไม้ปิดมุม จากที่ผมศึกษามาและเริ่มสร้างบ้านนกแอ่นผมตัดสินใจจะไม่ใช้ไม้ปิดมุม ซึ่งมาจากหลายเหตุผล เช่น นกแอ่นชอบมุมมาก ,ต้นทุนสูงขึ้น ,รังก็ยังเป็นรังมุมอยู่ดี ,แถมที่สำคัญคือเรื่องแมลงที่จะไปหลบอยู่ระหว่างช่องว่างระหว่างไม้ปิดมุม โดยเฉพาะแมลงสาปตัวร้ายครับ (ผมให้ความสำคัญเรื่องสัตว์รบกวนอันดับต้น ๆ) โดยตอนที่ช่างตีไม้จะพยายามเน้นไม่ให้มีช่องว่างระหว่างไม้ที่ต่อกันครับ แต่ไม่ว่าการทำสิ่งใด ๆ ไม่มีอะไร 100 % ง่าย ๆ ครับ ยังไงในบ้านนกแอ่นผมก็จะมีช่องว่างระหว่างรอยต่อของไม้คั่นกับไม้แนว




และจากภาพที่เห็นด้านบนนกแอ่นเริ่มมาทำรังตรงมุมนี้แล้วด้วย ทำให้นกแอ่นต้องเสียเวลาในการเอาน้ำลายตัวเองมาอุดช่องว่างของรอยต่อของไม้บริเวณนี้ด้วยแน่ ๆ ทำให้ระยะเวลาในการทำรังของนกแอ่นก็จะนานขึ้น ซึ่งถามว่าทำไมนกแอ่นถึงต้องอุดช่องว่างเหรอครับ ก็เป็นเพราะเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ อีกเช่นกันครับ

เมื่อผมเห็นปัญหา ด้วยความที่กลัวจะไม่มีงานทำมั่งครับ ผมคิดว่าต้องหาไม้มาปิดมุมแต่ไม้ปิดมุมที่ปิดแล้วมีช่องว่างระหว่างมุมผมไม่เอาด้วยแน่ ๆ จนตอนนี้ผมได้สิ่งที่ผมต้องการแล้วครับคือไม้ที่จะมาปิดมุมในแบบที่ผมต้องการ โดยเป็นไม้มุมที่ผลิตจากไม้สยาแดงจากโรงไม้ที่มีความชำนาญเรื่องไม้ตระกูลสยาในประเทศมาเลเซีย และเป็นไม้อันดับแรกที่คนที่ทำบ้านนกแอ่นได้ใช้กันมาอย่างยาวนานและได้ผลที่ดี งานนี้ผมคงต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการติดไม้มุม โดยถ้ามุมไหนนกแอ่นทำรังไปแล้วก็ต้องรอให้นกแอ่นวางไข่จนกระทั่งลูกนกแอ่นบินออกไปผมถึงจะปิดมุมนั้นได้ครับ


อีกเหตุผลในการติดไม้มุมของผมคือน้ำหนักของเนื้อรังนกแอ่นที่ได้ครับ เพราะหลังจากผมได้พบปะพุดคุยกับบุคคลหลาย ๆ คนในวงการนกแอ่น การพัฒนาเพื่อให้รังนกแอ่นคุณภาพดีโดยที่คิดจำนวนรังยังเท่าเดิม รายได้ของท่านก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนครับ ตัวอย่างเช่น


รังมุมที่เป็นมุมฉาก จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 180-240 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 37,000 บาท
รังมุมที่ปิดมุมโค้ง จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 160-180 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 39,000 บาท
รังถ้วย
จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 110-120 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 45,000 บาท

คำนวณง่าย ๆ เลยครับ คิดเฉพาะรังมุมที่เป็นมุมฉากหากท่านมีรังนกที่เป็นรังมุมฉาก 240 รัง ท่านขายได้ 37,000 บาท แต่ถ้าเป็นรังรูปโค้งท่านจะได้เนื้อรังมากขึ้น ทำให้จำนวนรังนกแอ่นต่อกิโลกรัมจะลดลง และหากท่านมีรังนกแอ่น 240 รังเหมือนกัน ท่านจะได้น้ำหนักเพิ่มเป็น 1.3 กิโลกรัม X 39,000 บาท = 50,700 บาท สำหรับรังนกแอ่นที่เป็นรังมุมเพียง 240 รัง ท่านก็ได้ส่วนต่างถึง 13,700 บาทแล้วครับ และท่านลองคิดดูนะครับว่าในบ้านนกแอ่นท่านมีมุมทั้งหมดกี่พันมุมสำหรับบ้านนกแอ่่นขนาดกลาง เพราะหลังใหญ่ ๆ ผมว่าน่าจะมีเป็นหมื่นมุมเลยหละครับ สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับสำหรับการลงทุนครั้งนี้

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม