Showing posts with label ไม้ปิดมุม. Show all posts
Showing posts with label ไม้ปิดมุม. Show all posts

11/14/2010

พัฒนาเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

หลังจากบ้านนกแอ่นของผมเปิดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เป้าหมายที่ผมตั้งไว้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลืม การพัฒนาบ้านนกแอ่นเพื่อให้ได้จำนวนนกแอ่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของรังนกแอ่น ซึ่งตอนนี้ยังมีสิ่งที่ผมต้องทำในความคิดผมยังมีอยู่อีกหลาย ๆ อย่าง แต่สำหรับตอนนี้สิ่งที่ผมได้เข้าไปบ้านนกแอ่นล่าสุดคือการติดไม้ปิดมุมให้ครบทุก ๆ ลำโพงสำหรับเสียงเรียกใน และต่อไปคือการติดไม้ปิดมุมให้ครบทุกมุมในบ้านนกแอ่นของผมเอง แต่อาจต้องรอเวลาเพราะบางมุมผมช้ากว่านกแอ่นไปแล้วครับ

ภาพมุมที่ช้ากว่านกแอ่น


ภาพไม้ปิดมุมเหนือลำโพงพร้อมรังเทียม

และปิดท้ายด้วยภาพลูกนกแอ่นตัวน้อยตัวแรกในบ้านนกแแอ่นที่ขนเริ่มขึ้นจนเห็นได้อย่างชัดเจนตอนนี้แล้วครับ และอีกไม่นานจะมีน้อง ๆ ของเจ้านกแอ่นตัวนี้ลืมตามาดูโลกชุดครับ

ภาพลูกนกแอ่นในรัง

ผมขอให้ทุก ๆ ท่านนึกอยู่เสมอนะครับ ว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ การเข้ามาลงทุนทำธุรกิจบ้านนกแอ่น มีความเสี่ยงมาก หากท่านดูแลพวกเค้าไม่ดีพอ ก็เป็นสิ่งที่ยากครับที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ขอให้ทุกท่านโชคดีประสบความสำเร็จในการทำบ้านนกแอ่นนะครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/19/2010

การเซาะร่องบนไม้ตีรัง

ปัจจุบันได้มีการนำไม้หลากหลายชนิดมาทำเป็นไม้ตีรังสำหรับให้นกแอ่นทำรัง หลัก ๆ ก็คือเน้นเรื่องกลิ่น ไม้ชนิดนั้นต้องเป็นไม้ที่ไม่มีกลิ่น ส่วนความแข็งของไม้ก็จะส่งผลถึงความทนทานและความเสี่ยงต่อราขาวที่จะขึ้นบน ไม้ที่อยู่ในห้องที่มีความชื้นสูง ๆ ไม้ที่มีเนื้อแข็งความเสียงก็จะน้อยกว่าครับ สำหรับตัวผมยังมั่นใจในไม้ตระกูบสยา(Meranti) และสุดยอดของไม้ที่ได้รับการคัดเลือกและไว้ใจมากที่สุดคือ สยาหิน (Dark Red Meranti) ส่วนอันดับสองรองลงมาืคือ สยาแดง (Red Meranti) ไม้ตระกูลนี้ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียครับ

และหลังจากผมเปิดบ้านนกแอ่นมาได้สักระยะ บางครั้งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราได้เห็นและนำมาปรับปรุงบ้านนกแอ่น พอรวมจากสิ่งเล็ก ๆ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ ครั้งที่เราทำ ก็จะเป็นสิ่งที่ส่งผลทำให้นกเห็นความแตกต่างกับบ้านนกแอ่นหลังอื่น ๆ ได้ และก็มีบางเรื่องที่ผมก็ได้ทำเกินไปและตอนนี้คิดว่าไม่จำเป็น เช่น การเซาะร่องบนไม้ตีรัง ของเดิมผมเซาะร่องบนไ้ม้โดยเว้นให้เท่า ๆ กัน จนถึงบนสุด แต่ตอนนี้จะเห็นได้ว่านกแอ่นจะเกาะต่ำลงมาจากไม้ตีรังด้านบนประมาณ 3-4 นิ้ว ดังนั้นร่องด้านบนก็ไม่จำเป็น แถมยังทำให้นกเสียเวลา เสียน้ำลายในการป้ายน้ำลายทำรังตรงร่องที่ผมได้เซาะด้วย และตอนนี้ผมก็มีแบบการเซาะร่องบนไม้ตีรังมาให้ท่่านดู ไม้ตีรังด้านบนไม่ต้องเซาะร่องแล้วครับ


นำ่เสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/15/2010

ไม้ปิดมุมกับบ้านนกแอ่นเปิดใหม่

การทำบ้านนกแอ่นไม่มีสูตรตายตัว เทคนิคที่ใช้ได้ดีกับบ้านนกแอ่นหลังนี้ แต่เมื่อนำไปใช้กับบ้านนกแอ่นอีกหลังอาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ สำหรับบ้านนกแอ่นที่ผมสร้างขึ้นยังมีจุดบกพร่องที่ผมเห็นแล้วต้องปรับปรุงอยู่เสมอ โดยไม่รีรอหรือรอความหวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ ผ่านจากเรื่องลำโพงเสียงเรียกใน หลังจากผมเปลี่ยนทั้งหลังโดยไม่ลังเล ปรากฏว่าตอนนี้นกแอ่นได้ไปเริ่มทำรังเพิ่มที่ลำโพงเสียงในแล้วจำนวน 7 รัง และไปเกาะนอนตรงลำโพงในอีก 15 จุด ในเวลาเพียงหนึ่งเดือนซึ่งอีกไม่นานคงเริ่มทำรังครับ ซึ่งจากเดิมที่นกแอ่นไม่เคยสนใจจะเหลียวเลลำโพงเสียงเรียกในเลยตลอดระยะเวลา 3 เดือนแรก

ตอนนี้มาถึงคิวของไม้ปิดมุม จากที่ผมศึกษามาและเริ่มสร้างบ้านนกแอ่นผมตัดสินใจจะไม่ใช้ไม้ปิดมุม ซึ่งมาจากหลายเหตุผล เช่น นกแอ่นชอบมุมมาก ,ต้นทุนสูงขึ้น ,รังก็ยังเป็นรังมุมอยู่ดี ,แถมที่สำคัญคือเรื่องแมลงที่จะไปหลบอยู่ระหว่างช่องว่างระหว่างไม้ปิดมุม โดยเฉพาะแมลงสาปตัวร้ายครับ (ผมให้ความสำคัญเรื่องสัตว์รบกวนอันดับต้น ๆ) โดยตอนที่ช่างตีไม้จะพยายามเน้นไม่ให้มีช่องว่างระหว่างไม้ที่ต่อกันครับ แต่ไม่ว่าการทำสิ่งใด ๆ ไม่มีอะไร 100 % ง่าย ๆ ครับ ยังไงในบ้านนกแอ่นผมก็จะมีช่องว่างระหว่างรอยต่อของไม้คั่นกับไม้แนว




และจากภาพที่เห็นด้านบนนกแอ่นเริ่มมาทำรังตรงมุมนี้แล้วด้วย ทำให้นกแอ่นต้องเสียเวลาในการเอาน้ำลายตัวเองมาอุดช่องว่างของรอยต่อของไม้บริเวณนี้ด้วยแน่ ๆ ทำให้ระยะเวลาในการทำรังของนกแอ่นก็จะนานขึ้น ซึ่งถามว่าทำไมนกแอ่นถึงต้องอุดช่องว่างเหรอครับ ก็เป็นเพราะเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ อีกเช่นกันครับ

เมื่อผมเห็นปัญหา ด้วยความที่กลัวจะไม่มีงานทำมั่งครับ ผมคิดว่าต้องหาไม้มาปิดมุมแต่ไม้ปิดมุมที่ปิดแล้วมีช่องว่างระหว่างมุมผมไม่เอาด้วยแน่ ๆ จนตอนนี้ผมได้สิ่งที่ผมต้องการแล้วครับคือไม้ที่จะมาปิดมุมในแบบที่ผมต้องการ โดยเป็นไม้มุมที่ผลิตจากไม้สยาแดงจากโรงไม้ที่มีความชำนาญเรื่องไม้ตระกูลสยาในประเทศมาเลเซีย และเป็นไม้อันดับแรกที่คนที่ทำบ้านนกแอ่นได้ใช้กันมาอย่างยาวนานและได้ผลที่ดี งานนี้ผมคงต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการติดไม้มุม โดยถ้ามุมไหนนกแอ่นทำรังไปแล้วก็ต้องรอให้นกแอ่นวางไข่จนกระทั่งลูกนกแอ่นบินออกไปผมถึงจะปิดมุมนั้นได้ครับ


อีกเหตุผลในการติดไม้มุมของผมคือน้ำหนักของเนื้อรังนกแอ่นที่ได้ครับ เพราะหลังจากผมได้พบปะพุดคุยกับบุคคลหลาย ๆ คนในวงการนกแอ่น การพัฒนาเพื่อให้รังนกแอ่นคุณภาพดีโดยที่คิดจำนวนรังยังเท่าเดิม รายได้ของท่านก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนครับ ตัวอย่างเช่น


รังมุมที่เป็นมุมฉาก จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 180-240 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 37,000 บาท
รังมุมที่ปิดมุมโค้ง จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 160-180 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 39,000 บาท
รังถ้วย
จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 110-120 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 45,000 บาท

คำนวณง่าย ๆ เลยครับ คิดเฉพาะรังมุมที่เป็นมุมฉากหากท่านมีรังนกที่เป็นรังมุมฉาก 240 รัง ท่านขายได้ 37,000 บาท แต่ถ้าเป็นรังรูปโค้งท่านจะได้เนื้อรังมากขึ้น ทำให้จำนวนรังนกแอ่นต่อกิโลกรัมจะลดลง และหากท่านมีรังนกแอ่น 240 รังเหมือนกัน ท่านจะได้น้ำหนักเพิ่มเป็น 1.3 กิโลกรัม X 39,000 บาท = 50,700 บาท สำหรับรังนกแอ่นที่เป็นรังมุมเพียง 240 รัง ท่านก็ได้ส่วนต่างถึง 13,700 บาทแล้วครับ และท่านลองคิดดูนะครับว่าในบ้านนกแอ่นท่านมีมุมทั้งหมดกี่พันมุมสำหรับบ้านนกแอ่่นขนาดกลาง เพราะหลังใหญ่ ๆ ผมว่าน่าจะมีเป็นหมื่นมุมเลยหละครับ สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับสำหรับการลงทุนครั้งนี้

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม