Showing posts with label คอนโดนกแอ่น. Show all posts
Showing posts with label คอนโดนกแอ่น. Show all posts

12/03/2010

บ้านนกแอ่นเปิดครบ 6 เดือน

วันนี้เป็นวันที่บ้านนกแอ่นของผมเปิดมาได้ครบ 6 เดือน จะว่าไปแล้วเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก แต่สำหรับผมแล้วอยากให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ กว่านี้และคงจะเป็นความรู้สึกที่เพื่อน ๆ ที่ได้ทำบ้านนกแอ่นทุกท่านรู้สึกเช่นกัน เพราะการทำบ้านนกแอ่นต้องอาศัยเวลา ยิ่งอายุของบ้านนกแอ่นมาก ยิ่งมีโอกาสที่จะมีนกแอ่นมาอาศัยมากขึ้นด้วยเช่นกัน

วันนี้ผมมีร่องรอยของนกแอ่นเข้ามาสำรวจบ้านนกแอ่นของผมมาฝากครับ อาจไม่ได้เป็นร่องรอยของการเข้าสำรวจที่หนาแน่นมาก แต่สำหรับผมแล้วเป็นจุดแรกที่บ่งบอกได้ว่านกแอ่นกล้าเข้ามาบินเล่นในบ้านนกแอ่นของผมครับ


อีกจุดที่ผมหรือท่านที่เป็นเจ้าของบ้านนกแอ่นทุกท่านเห็นแล้วต้องยิ้มได้คือ จุดที่นกแอ่นทำรังครับ สำหรับจุดนี้เป็นจุดใหญ่สุดสำหรับบ้านนกแอ่นผมตอนนี้ครับ


ตลอดระยะเวลาหกเดือนที่ผ่านมา มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ นกแอ่นเข้ามาแล้วใช่เลย และหวังว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไป แต่ยังคงมีสิ่งที่ผมต้องดำเนินการอีกหลายอย่างภายในช่วงเวลาอีก 2 ปี ข้างหน้าแน่ ๆ เพื่อให้บ้านนกแอ่นผมสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดีและประสบความสำเร็จในการทำบ้านนกแอ่น บนพื้นฐานของความเป็นจริงนะครับ หลายท่านเข้ามาและล้มเหลวในธุรกิจนี้เพราะขาดความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง ศึกษาให้เข้าก่อนลงทุนนะครับ
ความเป็นจริงคือ ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาง่าย ๆ ครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

11/14/2010

พัฒนาเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

หลังจากบ้านนกแอ่นของผมเปิดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เป้าหมายที่ผมตั้งไว้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลืม การพัฒนาบ้านนกแอ่นเพื่อให้ได้จำนวนนกแอ่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของรังนกแอ่น ซึ่งตอนนี้ยังมีสิ่งที่ผมต้องทำในความคิดผมยังมีอยู่อีกหลาย ๆ อย่าง แต่สำหรับตอนนี้สิ่งที่ผมได้เข้าไปบ้านนกแอ่นล่าสุดคือการติดไม้ปิดมุมให้ครบทุก ๆ ลำโพงสำหรับเสียงเรียกใน และต่อไปคือการติดไม้ปิดมุมให้ครบทุกมุมในบ้านนกแอ่นของผมเอง แต่อาจต้องรอเวลาเพราะบางมุมผมช้ากว่านกแอ่นไปแล้วครับ

ภาพมุมที่ช้ากว่านกแอ่น


ภาพไม้ปิดมุมเหนือลำโพงพร้อมรังเทียม

และปิดท้ายด้วยภาพลูกนกแอ่นตัวน้อยตัวแรกในบ้านนกแแอ่นที่ขนเริ่มขึ้นจนเห็นได้อย่างชัดเจนตอนนี้แล้วครับ และอีกไม่นานจะมีน้อง ๆ ของเจ้านกแอ่นตัวนี้ลืมตามาดูโลกชุดครับ

ภาพลูกนกแอ่นในรัง

ผมขอให้ทุก ๆ ท่านนึกอยู่เสมอนะครับ ว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ การเข้ามาลงทุนทำธุรกิจบ้านนกแอ่น มีความเสี่ยงมาก หากท่านดูแลพวกเค้าไม่ดีพอ ก็เป็นสิ่งที่ยากครับที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ขอให้ทุกท่านโชคดีประสบความสำเร็จในการทำบ้านนกแอ่นนะครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

11/01/2010

ฤดูกาลแปรเปลี่ยน ...ฝนน้อย แล้งมาก ฝนมาก น้ำท่วม

บางทีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของสภาพอากาศอาจจะเป็นเรื่องปกติ หนักบ้าง เบาบ้าง ตามแต่ความผันแปรหรือองค์ประกอบ ปัจจัยทั้งหลาย น้ำท่วม ฝนแล้ง ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น ....

สิ่งที่เปลี่ยนที่น่าจะพูดถึงก็คือปรากฏการณ์ที่เป็นเหตุให้เกิดขึ้นถี่ มากขึ้นกว่าเดิม กลายเป็นความผันผวนของดินฟ้าและอากาศโลก ของเราอาจจะไม่เหมือนเดิมในวิถีที่ควรเป็นหรือที่ควรจะเป็น มีปรากฏการณ์มากมายเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เราต่างถกเถียงกันมานานบนฐานคิด ทฤษฎี ภูมิปัญญา หรือแม้แต่บนความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ถึงแม้จะได้คำตอบที่ไม่ชัดเจน แต่เราก็มั่นใจว่าความเปลี่ยนแปลงได้ปรากฏขึ้นแล้วบนโลกใบนี้ ....

เอลนินโญ่, ลานินญ่า คำแปลกๆ ที่ยากจะเข้าใจ แต่อาจจะเข้าใจมากขึ้น เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งทว่า

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ความเป็นไปของสภาพอากาศที่จะส่งผลต่อวิถีชีวิต ระบบการผลิตด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ซึ่งเป็นนัยยะของการดำรงชีพบนฐานความมั่นคงทางอาหาร ฉะนั้นแล้วลักษณะอากาศที่เปลี่ยนไปในทุกปีจะเป็นเรื่องราวที่นำไปสู่การคาดการณ์ อันจะเป็นผลสรุปของทางออกในการเตรียมรับมือจากสภาพอากาศที่ไม่เหมือนเดิม

สำหรับเพื่อนที่มีประสบการณ์ในการทำบ้านนกแอ่นมานานคงเตรียมตัวรับมือไว้บ้างแล้ว แต่สำหรับท่านที่เพิ่งเข้ามาในวงการบ้านนกแอ่นควรเตรียมตัวรับมือจากผลที่เกิดจากปรากฏการณ์ ลานินญ่า ที่ส่งผลให้ฝนตกหนักอยู่ตอนนี้และอากาศหนาวที่กำลังจะตามมาด้วยนะครับ เช่น ช่วงนี้ลมค่อนข้างแรงหากช่องลมเยอะก็ปิดบ้างจะดีนะครับ แต่หากปิดแล้วความชื้นมากไปก็ต้องหาวิธีระบายความชื้น บ้านหลังไหนติดพัดลมดูดอากาศไว้ก็จะมีประโยชน์ช่วงนี้แน่ ๆ ครับ


เอลนินโญ (El Nino)คือ การไหลย้อนกลับของผิวน้ำทะเลที่อุ่นในช่วงเวลาหนึ่งๆ จากบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกไปแทนที่กระแสน้ำเย็นที่พัดอยู่เดิมตามบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกและบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้

ลานินญ่า (La Nina)คือความผันผวนของสภาพอากาศโลก ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ช่วงระยะเวลาเย็นลงของน้ำ ทะเลของปรากฎการณ์เอลนิโญ โดยจะส่งผลให้พื้นที่ที่เคยมีอากาศหนาวเย็นอยู่แล้วมีอุณหภูมิลดต่ำลงไปอีก และในบริเวณที่มีฝนตกเป็นประจำจะมีฝนตกชุกยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
ศูนย์ ความรู้เฉพาะด้านภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์เทคโนโลยีอิเลกโทรนิคส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/15/2010

ไม้ปิดมุมกับบ้านนกแอ่นเปิดใหม่

การทำบ้านนกแอ่นไม่มีสูตรตายตัว เทคนิคที่ใช้ได้ดีกับบ้านนกแอ่นหลังนี้ แต่เมื่อนำไปใช้กับบ้านนกแอ่นอีกหลังอาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ สำหรับบ้านนกแอ่นที่ผมสร้างขึ้นยังมีจุดบกพร่องที่ผมเห็นแล้วต้องปรับปรุงอยู่เสมอ โดยไม่รีรอหรือรอความหวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ ผ่านจากเรื่องลำโพงเสียงเรียกใน หลังจากผมเปลี่ยนทั้งหลังโดยไม่ลังเล ปรากฏว่าตอนนี้นกแอ่นได้ไปเริ่มทำรังเพิ่มที่ลำโพงเสียงในแล้วจำนวน 7 รัง และไปเกาะนอนตรงลำโพงในอีก 15 จุด ในเวลาเพียงหนึ่งเดือนซึ่งอีกไม่นานคงเริ่มทำรังครับ ซึ่งจากเดิมที่นกแอ่นไม่เคยสนใจจะเหลียวเลลำโพงเสียงเรียกในเลยตลอดระยะเวลา 3 เดือนแรก

ตอนนี้มาถึงคิวของไม้ปิดมุม จากที่ผมศึกษามาและเริ่มสร้างบ้านนกแอ่นผมตัดสินใจจะไม่ใช้ไม้ปิดมุม ซึ่งมาจากหลายเหตุผล เช่น นกแอ่นชอบมุมมาก ,ต้นทุนสูงขึ้น ,รังก็ยังเป็นรังมุมอยู่ดี ,แถมที่สำคัญคือเรื่องแมลงที่จะไปหลบอยู่ระหว่างช่องว่างระหว่างไม้ปิดมุม โดยเฉพาะแมลงสาปตัวร้ายครับ (ผมให้ความสำคัญเรื่องสัตว์รบกวนอันดับต้น ๆ) โดยตอนที่ช่างตีไม้จะพยายามเน้นไม่ให้มีช่องว่างระหว่างไม้ที่ต่อกันครับ แต่ไม่ว่าการทำสิ่งใด ๆ ไม่มีอะไร 100 % ง่าย ๆ ครับ ยังไงในบ้านนกแอ่นผมก็จะมีช่องว่างระหว่างรอยต่อของไม้คั่นกับไม้แนว




และจากภาพที่เห็นด้านบนนกแอ่นเริ่มมาทำรังตรงมุมนี้แล้วด้วย ทำให้นกแอ่นต้องเสียเวลาในการเอาน้ำลายตัวเองมาอุดช่องว่างของรอยต่อของไม้บริเวณนี้ด้วยแน่ ๆ ทำให้ระยะเวลาในการทำรังของนกแอ่นก็จะนานขึ้น ซึ่งถามว่าทำไมนกแอ่นถึงต้องอุดช่องว่างเหรอครับ ก็เป็นเพราะเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ๆ อีกเช่นกันครับ

เมื่อผมเห็นปัญหา ด้วยความที่กลัวจะไม่มีงานทำมั่งครับ ผมคิดว่าต้องหาไม้มาปิดมุมแต่ไม้ปิดมุมที่ปิดแล้วมีช่องว่างระหว่างมุมผมไม่เอาด้วยแน่ ๆ จนตอนนี้ผมได้สิ่งที่ผมต้องการแล้วครับคือไม้ที่จะมาปิดมุมในแบบที่ผมต้องการ โดยเป็นไม้มุมที่ผลิตจากไม้สยาแดงจากโรงไม้ที่มีความชำนาญเรื่องไม้ตระกูลสยาในประเทศมาเลเซีย และเป็นไม้อันดับแรกที่คนที่ทำบ้านนกแอ่นได้ใช้กันมาอย่างยาวนานและได้ผลที่ดี งานนี้ผมคงต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการติดไม้มุม โดยถ้ามุมไหนนกแอ่นทำรังไปแล้วก็ต้องรอให้นกแอ่นวางไข่จนกระทั่งลูกนกแอ่นบินออกไปผมถึงจะปิดมุมนั้นได้ครับ


อีกเหตุผลในการติดไม้มุมของผมคือน้ำหนักของเนื้อรังนกแอ่นที่ได้ครับ เพราะหลังจากผมได้พบปะพุดคุยกับบุคคลหลาย ๆ คนในวงการนกแอ่น การพัฒนาเพื่อให้รังนกแอ่นคุณภาพดีโดยที่คิดจำนวนรังยังเท่าเดิม รายได้ของท่านก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนครับ ตัวอย่างเช่น


รังมุมที่เป็นมุมฉาก จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 180-240 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 37,000 บาท
รังมุมที่ปิดมุมโค้ง จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 160-180 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 39,000 บาท
รังถ้วย
จำนวนรังต่อกิโลกรัมประมาณ 110-120 รัง ราคาต่อกิโลกรัม 45,000 บาท

คำนวณง่าย ๆ เลยครับ คิดเฉพาะรังมุมที่เป็นมุมฉากหากท่านมีรังนกที่เป็นรังมุมฉาก 240 รัง ท่านขายได้ 37,000 บาท แต่ถ้าเป็นรังรูปโค้งท่านจะได้เนื้อรังมากขึ้น ทำให้จำนวนรังนกแอ่นต่อกิโลกรัมจะลดลง และหากท่านมีรังนกแอ่น 240 รังเหมือนกัน ท่านจะได้น้ำหนักเพิ่มเป็น 1.3 กิโลกรัม X 39,000 บาท = 50,700 บาท สำหรับรังนกแอ่นที่เป็นรังมุมเพียง 240 รัง ท่านก็ได้ส่วนต่างถึง 13,700 บาทแล้วครับ และท่านลองคิดดูนะครับว่าในบ้านนกแอ่นท่านมีมุมทั้งหมดกี่พันมุมสำหรับบ้านนกแอ่่นขนาดกลาง เพราะหลังใหญ่ ๆ ผมว่าน่าจะมีเป็นหมื่นมุมเลยหละครับ สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับสำหรับการลงทุนครั้งนี้

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/05/2010

บ้านนกแอ่นเปิดครบสี่เดือน

นับตั้งแต่ตัวผมได้สนใจเริ่มศึกษาการทำบ้านนกแอ่น (Swiftlet House) จนกระทั่งได้ลงมือสร้างบ้านนกแอ่นหลังแรก ปัจจุบันผมได้เปิดบ้านนกแอ่นมาได้ครบสี่เดือนแล้ว แม้ตัวผมคิดว่าได้ศึกษาหาความรู้มาพอสมควรแล้ว แต่การลงมือปฎิบัติจริงทำให้ตัวผมได้ทราบว่าบ้านนกแอ่นของผมยังมีจุดบกพร่องและควรต้องปรับปรุงในส่วนใดบ้าง โดยถ้านับครั้งในการเข้าบ้านนกแอ่นของตัวผมเองในสี่เดือนที่ผ่านมาไม่น่าจะต่ำกว่า 20 ครั้ง เพื่อได้ลงมือทดสอบสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าดีและเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบที่ได้วางไว้ บางครั้งการทำสิ่งที่คิดว่าดีในความคิดของผมแต่กลับไม่ดีในความคิดของนกแอ่นก็มีครับ แต่เมื่อผมสังเกตเห็นก็จะปรับเปลี่ยนแก้ไขทันที และหลังจากนี้ตัวผมเองคงเข้าบ้านนกแอ่นน้อยลงแล้วครับ เพราะตอนนี้คิดว่าระบบที่ผมได้วางไว้น่าจะลงตัวแล้วและสิ่งที่ผมรอคอยก็มาแล้วด้วยครับ สิ่งนั่นคือไข่นกแอ่นใบแรกในบ้านนกแอ่นของผมครับ


ปัจจุบันการทำบ้านนกแอ่นใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยและแก้ไขปัญหาระบบในบ้านนกแอ่นได้ค่อนข้่างดี แต่ในปัจจุบันผมยังคิดว่ายังมีเพื่อน ๆ ชาวบ้านนกแอ่นอีกมากที่ยังไม่มีความรู้พื้นฐานในการทำบ้านนกแอ่น สิ่งที่ผมเป็นห่วงในช่วงที่ผ่านมาและยังเป็นห่วงอยู่คือเรื่องการเปิดเสียงเรียกนกแอ่น เพราะปัจจุบันมีการเปิดเสียงเรียกนกแอ่นแข่งขันกันเรื่องความดัง คนที่เดือดร้อนเรื่องเสียงเรียกที่ดังมาก ๆ มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการร้องเรียนเป็นปัญหาของสังคมส่วนรวมไปแล้ว หากท่านเปิดดังแต่พอดีจะไม่มีปัญหาตามมาแน่ ๆ ครับ และผมว่าท่านจะทำธุรกิจบ้านนกแอ่นได้อีกนานกว่าด้วยครับ

เชิญชวนทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่านตรงนี้เข้าร่วมโครงการ เปิดเสียงแต่พอเพียง ลดมลภาวะด้านเสียงให้สังคม

และสุดท้ายของบทความนี้ผมก็ขอขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำบ้านนกแอ่นกับผม ทำให้บ้านนกแอ่นของผมเองครบสี่เดือนมีนกเข้านอนแล้ว 400 กว่าตัว กับรังอีกจำนวน 30 กว่ารังครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

10/02/2010

การทำรังของนกแอ่นในบ้านนกเปิดใหม่

สำหรับบ้านนกแอ่นที่เปิดใหม่ บ้านนกแอ่นของท่านต้องคอยเก็บลูกนกแอ่นจากบ้านที่ได้เปิดมานาน ๆ มีนกแอ่นเยอะ ๆ ดังนั้นนกแอ่นในบ้านของท่านส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนกแอ่นที่อายุยังน้อย ไม่ถึงเวลาที่จะจับคู่เพื่อขยายพันธุ์ จากการสังเกตของผมเองในเดือนแรกถึงเดือนที่สามจะมีนกแอ่นที่เริ่มทำรังไม่ถึง 5% ของนกที่เข้านอนในบ้านนกแอ่นของผม แต่พอเข้าเดือนที่ 4 จะเห็นได้ชัดเลยครับว่าจำนวนนกแอ่นที่เริ่มทำรังในเดือนนี้จะสูงขึ้นอย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่ถึง 10% ของนกแ่อ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านนกแอ่นของผม และในเดือนที่ 5 ที่กำลังจะมาถึงจำนวนนกแอ่นที่ทำรังคงเกิน 10% ของจำนวนแอ่นที่อาศัยในบ้านนกแอ่นของผมแล้วหากเทียบจากสถิติของเดือนที่ผ่าน ๆ มา

ดังนั้งหากท่านเปิดบ้านนกแอ่นใหม่ ๆ แล้วเห็นนกแอ่นยังไม่ทำรัง ไม่ต้องตกใจครับเมื่อถึงเวลาที่พวกเค้าพร้อม ท่านก็จะได้เห็นสิ่งที่ท่านรอคอยครับ เปิดบ้านนกแอ่นใหม่ ๆ ควรสนใจจำนวนนกแอ่นที่เข้ามานอนและเตรียมความพร้อมของบ้านนกแอ่นเพื่อรอรับลูกแอ่นที่จะมาสำรวจดีกว่าครับ

สำหรับผมตอนนี้สิ่งที่รอคอยคือไข่นกแอ่นใบแรกในบ้านนกแอ่นของผม ตอนนี้มีเพียงแต่รังที่ว่างเปล่าครับ


นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

9/29/2009

นกแอ่นสู่แรงบันดาลใจ


สวัสดีครับ วันนี้มาพูดถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมได้เข้ามาศึกษา นกแอ่น(Swiftlet) อย่างจริงจัง อาจเป็นเพราะผมได้เดินทางไปทั้งภาคใต้เกือบทุกจังหวัด สถานที่แห่งแรกที่ผมได้รู้จักนกแอ่นก็คือที่อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ ณ.เวลานั้นยังไม่ได้สนใจเห็นแต่ว่ามีการสร้าง คอนโดนกแอ่น บ้านนกแอ่น บ้านรังนก หรือดัดแปลงบ้านคนให้นกแอ่นอยู่ ผ่านมาหลายปีเหมือนผมได้เห็นโอกาสและแนวทางที่จะพอทำบ้านนกแอ่นได้ ซึ่งอีกไม่นานผมก็จะมีบ้านนกแอ่นหลังแรกแน่ ๆ

เป้าหมายแรกของผมภายใน 2 ปีจะทำบ้านนกแอ่น (Swiftlet House) สองหลัง เป้าหมายต่อไปคือ ผมจะต้องเลี้ยงนกแอ่นให้ได้ประมาณ 100,000 ตัว ถ้าให้บอกว่ากี่หลังผมจะเลือกที่ 8 หลัง เลขนี้มีโชคครับ หลายท่านคิดว่าฝันกลางวันแน่ ๆ แต่เมื่อเรามีเป้าหมาย และเป้าหมายนี้ผมเห็นค่อนข้างชัดเจน คราวนี้ลองคำนวณความฝันดูนะครับ ใน 100,000 ตัว จากที่ผมได้ศึกษามาจำนวนนกแอ่นตัวผู้จะมีน้อยกว่านกแอ่นตัวเมีย คือคิดเป็น 30% โดยประมาณ ดังนั้น ลองคิดเล่น ๆ ครับ ว่าหนึ่งปีเราจะเก็บรังนกแอ่นได้ 3 รอบ รอบละ 33,000 รัง รวมการเก็บรังนกแอ่นทั้งปีจะได้ 99,000 รัง คิดเป็นจำนวนกิโลกรัม(110 รัง จะได้ 1 กิโลกรัม) จะได้ 900 กิโลกรัม..... ถ้าคิดราคารังนกแอ่นที่ 30,000 บาทต่อกิโลกรัม เครื่องคิดเลขที่ผมถืออยู่ในมือตอนนี้มีตัวเลขเต็มทั้งแถวครับ

บทความต่อไปผมจะพูดถึงพื้นฐานต่าง ๆ ในการสร้างบ้านนกแอ่นและภาพการทดสอบเรียกนกแอ่นในแต่ละจังหวัดตามที่มีโอกาสนะครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม

9/26/2009

วงจรชีวิตของนกแอ่น (Swiftlet)


เนื่องจากข้อมูลเรื่องนกแอ่นเป็นข้อมูลที่หาอ่านได้ยากสำหรับผู้สนใจจะเลี้ยงนกแอ่น (คนทั่วไปเข้าใจว่า นกแอ่น คือ นกนางแอ่น) แหล่งข้อมูลใหญ่ก็จะเป็นทางประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย ผมก็เป็นผู้ที่สนใจเรื่องนกแอ่นไม่น้อย และคิดว่าการรวบรวมความรู้หรือบทความที่น่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาการเลี้ยงนกแอ่น การทำบ้านนกแอ่น (Swiftlet House) เนื่องจากผมได้อ่านบทความจาก http://swiftletlover.blogspot.com/ ซึ่งเป็นBlog ของคุณเทพชัย อริยะพันธุ์ เป็น Blog แรกที่ได้ให้ความรู้อย่างมากมายโดยไม่ปิดบัง ดังนั้น Blog นี้ก็จะมีบทความที่คิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยงนกแอ่น การทำบ้านนกแอ่นอย่างแน่นอน.



วันนี้ผมเลยอยากให้ท่านที่สนใจการเลี้ยงนกแอ่นมาศึกษาวงจรชีวิตนกแอ่นกันครับ บางคนถามว่านกแอ่น หรือ นกแอ่นกินรัง(Swiftlet) จะมีอายุได้นานกี่ปี คำถามนี้คงต้องเริ่มจากนกกับไข่อะไรเกิดก่อนกัน คำตอบคือนกแอ่นจะสร้างรังได้เมื่ออายุประมาณ 8 เดือนมีฤดูผสมพันธุ์ระหว่างเดือน มกราคม-เมษายนของทุกปี แต่อาจแตกต่างกันได้ขึ้นกับแต่ละพื้นที่ ปกตินกแอ่นเพศเมียจะเป็นผู้สร้างรัง นกแอ่นจะสร้างรังในเวลากลางคืน นกแอ่นจะทำรังได้ประมาณครั้งละหัวไม้ขีดไฟ เมื่อน้ำลายแห้งจะแข็งคล้ายวุ้นโดยจะใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน รังจะมีรูปร่างเหมือนถ้วยครึ่งซีก หลังจากสร้างรังเสร็จนกแอ่นจะวางไข่ 2 ฟองต่อรัง ระยะวางไข่แต่ละฟองห่างกัน 1-2 วัน และนกแอ่นจะผลัดกันฟักไข่ ช่วงแรกนกแอ่นจะยังไม่ได้ฟักไข่ตลอดเวลา จนระยะเวลาที่ไข่จะฟักเป็นตัวนกแอ่นจะผลัดกันฟักไข่ตลอดเวลา รวมระยะเวลาประมาณ 20-28 วัน ลูกนกแอ่นก็ฟักออกจากไข่ หลังจากออกจากไข่แล้ว สัปดาห์แรกลูกนกแอ่นยังไม่มีขนผิวเป็นสีชมพู ช่วงนี้จะยังรับการกกจากพ่อแม่ตลอดเวลา สัปดาห์ที่สองเมื่ออายุได้ประมาณ 10 วัน จะมีขนเกือบทั่วลำตัว ช่วงนี้ได้รับการกกจากพ่อแม่น้อยลงสัปดาห์ที่สาม,สี่ ลูกนกแอ่นมีขนทั่วตัว พ่อแม่นกแอ่นจะกลับมาป้อนอาหารให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ที่ห้า นกแอ่นมีอายุประมาณ 35 วันแล้ว ช่วงนี้ดูเหมือนพ่อแม่มาก แต่มีขนาดเล็กกว่า จะออกมาจากรังมาเกาะที่ขอบรังและเริ่มโบกปีกเล่นบ้าง สัปดาห์ที่หก ลูกนกแอ่นก็จะหัดบินและเมื่อบินได้ดีแล้วก็จะออกจากบ้านไปหาอาหารกินร่วมกับฝูงของพ่อแม่ นกแอ่นจะมีอายุประมาณ 6-7 ปี และเชื่อกันว่านกแอ่น อายุ 3 ปี จะสร้างรังได้ดีที่สุด เก่งที่สุดครับ

รู้เรื่องนกแอ่นให้มากที่สุด คิดให้เหมือนนกแอ่นมากที่สุด โอกาสประสบความสำเร็จก็จะมากที่สุดครับ ติดตามบทความต่อไปนะครับ

นำเสนอโดย วรชาติ มุนเนียม